Smile Kohmak Thai Cooking School เรียนทำอาหารไทยริมทะเล

แม้ว่าเกาะหมากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติเงียบสงบ แต่ก็มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้มาเยือนได้ เลือกทำไม่รู้เบื่อ โดยเฉพาะใครที่ชอบเรื่องอาหารหรือการทำกับข้าว ขอแนะนำให้ลองไปที่ Smile Koh Mak Thai Cooking School โรงเรียนสอนทำอาหารไทยที่มีบรรยากาศของบ้านไม้ริมทะเล ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง เมื่อเรียนแล้วก็นำอาหารที่ปรุงเสร็จมาแบ่งปันกันกินในหมู่นักเรียน เรียกว่าได้ทั้งความรู้ อิ่มอร่อยแล้วยังได้ภูมิใจในฝีมือตนเองอีกด้วย

คุณครูใจดีเจ้าของโรงเรียน คือ คุณเล้ง วริศราอริยวงศ์ปรีชาเป็นลูกสาวของ “เถ่าชิ้ว” หรือพ่อครัว ในภาษาจีน ทางบ้านมีกิจการรับจัดโต๊ะจีนย่านเยาวราช เธอจึงซึมซับงานทำครัวของพ่อมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งเติบโตมาเป็นคนที่รักการทำอาหาร ทว่าอีกด้านก็มีความใฝ่ฝันอยากไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมีโอกาสผ่านงานหลายด้าน ทั้งเป็นครูอาสา ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม กลับกรุงเทพฯ มาเปิดร้าน
อาหารอยู่ไม่กี่ปี ก่อนโบยบินสู่โลกกว้างอีกครั้งหนึ่ง มาเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารที่เกาะช้าง จังหวัดตราด ก่อนย้ายมาปักหลัก ที่เกาะหมากในที่สุด

ตัวโรงเรียนเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดกะทัดรัดตั้งอยู่ริมทะเล ใกล้กับร้านอาหารชื่อดังอย่างเกาะหมากซีฟู้ด คุณเล้งบอกว่าใครอยากเรียนกับเธอมาตัวเปล่าได้เลย เพราะที่นี่เตรียมไว้ให้ทั้งห้องครัวเครื่องครัวเครื่องปรุง และวัตถุดิบ ไม่ว่าเนื้อหมูปลา ผัก ผลไม้ ทว่าก็ต้องผ่านขั้นตอนสำคัญคือการพูดคุยกันก่อน เช่น แพ้อาหารอะไร ชอบกินอะไร กินเผ็ดได้มากน้อยแค่ไหน จะได้ปรับเมนูอาหารที่สอนให้เหมาะสมกับรสนิยมผู้เรียนมากที่สุด เพราะคุณเล้งมีแนวคิดว่า การทำอาหารและกินร่วมกันเป็นมากกว่าเรื่องอิ่มท้อง แต่คือการแบ่งปัประสบการณ์ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

ในแต่ละวันจะเปิดชั้นเรียน 2 รอบคือ รอบเช้าตั้งแต่ 10.00-14.00 น. และรอบบ่าย 15.00-19.00 น. รับผู้เรียน ไม่เกิน 4 คนต่อรอบ จะมาเป็นกลุ่มหรือต่างคนต่างมาก็ได้ แต่ละคนจะได้ทำอาหาร 4 อย่างโดยคุณเล้งให้คำแนะนำใกล้ชิดทีละขั้นตอน จานแรกเป็นอาหารอร่อยทานง่าย เช่น ผัดไทย จานที่สองเป็นประเภทผัดหรือทอด เช่น ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ผัดผัก ปลาทอดขมิ้น ส่วนอย่างที่สามเป็นประเภทแกง ทั้งต้มข่า มัสมั่น แกงพะแนง แกงเขียวหวาน ผู้เรียนจะได้รู้จักเครื่องเทศและส่วนผสมอันหลากหลายของแกงไทย ไม่ว่าพริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกไทย ขมิ้น กระวาน ฯลฯ โดยต้องแสดงฝีมือตำเครื่องแกงในครกด้วยตนเอง และปิดท้ายด้วยการทำขนมหวาน เช่น กล้วยบวชชี ขนมต้ม ข้าวเหนียวมะม่วง สังขยาฟักทอง เป็นต้น

บรรยากาศระหว่างชั้นเรียนนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและกลิ่นแกงหอมฉุย ยั่วนำลาย เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วก็น่าจะหิวพอดี เป็นเวลาที่แต่ละคนลำเลียงอาหารของตนไปจัดวางที่โต๊ะกลาง แล้วนั่งล้อมวงกินอย่างเอร็ดอร่อยคลอเคล้าเสียงคลื่นกระทบฝั่ง

ใครสนใจเรียนทำอาหารไทย กับ Smile Ko Mak Thai Cooking School ติดต่อได้ที่คุณเล้ง โทร. 08 1901 9972 หรือเข้าไปดูที่เว็บไซต์
www.smilekohmak.com