เกาะหมากนอกจากอุดมด้วยธรรมชาติสวยงามแล้ว ยังมีชุมชนเก่าแก่และชาวบ้านท้องถิ่นที่มีวิถีชีวิตน่าสนใจ ดังเช่นคนทำสวนมะพร้าวและชาวสวนยางซึ่งสืบทอดอาชีพมาจากบรรพบุรุษ อีกทั้งกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านที่แต่ละวันออกทะเลฝ่าคลื่นลมด้วยเรือลำน้อย จับปูหาปลาเลี้ยงชีพด้วยวิถีทางที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
บนเกาะหมากมีเรือประมงพื้นบ้านอยู่สิบกว่าลำ หนึ่งในนั้นเป็นของเหลียวและตั้ม สองสามีภรรยาที่ปลูกบ้านอาศัยอยู่ริมหาดแหลมสน
เหลียวผู้เป็นสามีอายุ 36 ปี เล่าว่าเขาติดตามพ่อออกเรือจับสัตว์ทะเลตั้งแต่เด็ก กลายเป็นความชอบฝังใจจนยึดเป็นอาชีพเมื่อเติบโต เหลียวจะออกเรือตอน 4-5 โมงเย็นเพื่อไปวางอวนจับปูในทะเลรอบๆ เกาะ ประสบการณ์สอนเขาว่าช่วงใดของปีปูจะเข้ามามากในบริเวณไหนบ้าง ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็กลับถึงบ้าน กระทั่งเจ็ดโมงเช้าของอีกวันจึงออกไปกู้อวน
เหลียวเล่าว่าเขาจับปูม้าเป็นหลักเพื่อขายให้กับรีสอร์ตและร้านอาหารบนเกาะ หากได้ปูหินก็เอาไว้ต้มกินเอง บางครั้งก็มีปลามาติดอวน เช่น ปลาใบขนุน ปลากระเบน นอกจากนั้นเขายังลากเบ็ดตกหมึกอีกด้วย
เรือประมงพื้นบ้านของเกาะหมากที่มีอยู่กว่าสิบลำล้วนแต่เป็นพวกพ้องที่รู้จักคุ้นเคยกันดี โดยทั่วไปจะกระจายกันวางอวนจับปูโดยรอบเกาะ แต่หากช่วงใดมีปูหรือสัตว์น้ำชุกชุมตรงไหนเป็นพิเศษ พวกเขาก็จะไปรวมกันเพื่อวางอวนในบริเวณนั้น
ขยับจากท้องทะเลขึ้นมาบนฝั่ง อาชีพที่อยู่คู่เกาะหมากมานานคือการทำสวนมะพร้าว เพราะเริ่มมีการบุกเบิกพื้นที่เกษตรบนเกาะหมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณปี พ.ศ. 2477 จนถึงปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะหมากยังเป็นสวนมะพร้าวและสวนยาง
แม้ว่าทุกวันนี้มีบริษัทเอกชนจากภายนอกเข้ามารับเหมาเก็บมะพร้าวตามสวนใหญ่ๆ ก็ยังคงเหลือคนเก่าแก่ที่รับจ้างเก็บและปอกมะพร้าวด้วยวิธีดั้งเดิม ดังเช่นลุงประทีป สีชมพู วัย 56 ปี และน้องชายคือลุงวิทย์ที่อายุอ่อนกว่า 2 ปี
สองพี่น้องเกิดและเติบโตที่เกาะหมาก ในครอบครัวที่ทำมะพร้าวกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เรียนรู้การสอยมะพร้าวโดยใช้ “ไม้ไผ่คันร่ม” ก็คือไม้ไผ่ลำยาวเหยียดที่ตัดมาจากป่า ตากแดดไว้ราวครึ่งเดือน แล้วรมไฟให้ตรงแน่ว ปลายไม้ติดตะขอเหล็กโค้ง คนสอยจึงต้องมีกำลังข้อแขนที่ดี สามารถยกลำไม้ไผ่ตั้งขึ้น แล้วใช้ปลายตะขอเกี่ยวลูกมะพร้าวบนยอดสูงลิ่วให้ร่วงลงพื้น
ส่วนที่ปอกมะพร้าวนั้นมีลักษณะเป็นแท่งเหล็กแหลมตั้งฉากบนฐานไม้ คนปอกจะจับลูกมะพร้าวกดเข้ากับปลายเหล็กแหลม กระทั่งเปลือกมะพร้าวฉีกขาดออกมาเป็นริ้วๆ โดยรอบ
ลุงวิทย์เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของแกเป็นลูกจ้างเจ้าของสวนมะพร้าว ช่วยกันทำงานทั้งสอยมะพร้าว ปอกมะพร้าว แล้วลากเข้าไปเก็บในยุ้ง โดยจะสอยมะพร้าวกันวันหนึ่ง แล้วค่อยปอกอีกวัน คนที่ชำนาญสามารถปอกมะพร้าวได้วันละเป็นพันลูก
เจ้าของสวนมะพร้าวรายใหญ่ท่านหนึ่งให้ข้อมูลว่า เมื่อก่อนครอบครัวของเขาใช้เรือไม้ขนมะพร้าวเข้าไปขายที่ฝั่งจังหวัดตราดสัปดาห์ละเที่ยว โดยเที่ยวหนึ่งขนมะพร้าวราวหมื่นลูก ทั้งมะพร้าวที่ไปทำกะทิ และมะพร้าวแห้งทุบเปลือกให้แตกบรรจุกระสอบส่งโรงงานเพื่อทำน้ำมัน ล้วนสะท้อนให้เห็นความรุ่งเรืองของการทำสวนมะพร้าวบนเกาะหมากในอดีตได้อย่างดี
ขณะที่การทำสวนยางพาราเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2458 สืบเนื่องถึงปัจจุบันบนเกาะหมากมีสวนยางพารากระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งสวนที่ปลูกใหม่และสวนรุ่นเก่า ดังเช่นในบริเวณอ่าวตาโล่ง ริมถนนหลวงอุทัย ก็เป็นที่ตั้งของชุมชนทำสวนยางดั้งเดิม
ดังนั้นผู้คนบนเกาะหมากจึงไม่ได้มีเพียงผู้ประกอบการหรือพนักงานตามรีสอร์ตและร้านอาหาร หากยังมีชาวประมงพื้นบ้าน คนทำสวนมะพร้าว และชาวสวนยางพารา การรับรู้เรื่องราวของพวกเขาจะทำให้เรารู้จักเกาะหมากได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น









